กลยุทย์น่านน้ำคืออะไร Red Ocean vs Blue Ocean ต่างกันยังไง?

25 May 2024

 BY YoungBusinessGuide

คุณเคยสงสัยไหมว่าทำไมบางธุรกิจถึงประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ในขณะที่บางธุรกิจต้องดิ้นรนแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เดี๋ยวเราจะพาคุณไปพบกับ 2 กลยุทธ์สุดปัง นั่นก็คือ Red Ocean Strategy กับ Blue Ocean Strategy

Red Ocean Strategy

Red Ocean Strategy เป็นการแข่งขันในตลาดที่มีอยู่แล้ว เหมือนกับการลงสนามรบที่เต็มไปด้วยคู่แข่ง และต้องสู้กันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด ใครจะอยู่ใครจะไป อยู่ที่การใช้กลยุทธ์เพื่อสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการตัดราคา ปรับปรุงคุณภาพ หรือสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง

ข้อดีของ Red Ocean Strategy คือถ้าคุณมีของดีอยู่แล้ว ก็สามารถเข้าไปสู้ในสนามรบได้ทันที แต่ข้อเสียคือมันเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือนเลือดพล่าน และกำไรมักจะถูกกดดันจากการแข่งขันที่ดุเดือด

ตัวอย่างของ Red Ocean Strategy

  • Samsung กับ Apple ที่ดวลกันนัวในตลาดมือถือ เทคโนโลยี
  • สงครามน้ำดำ อย่าง Coke และ Pepsi
  • บนสนามรบเบอร์เกอร์ ที่สู้กันด้วยแคมเปญสุดฮา(และมีม) อย่าง McDonald’s กับ Burger King 

 Blue Ocean Strategy

ในทางกลับกัน Blue Ocean Strategy เป็นการสร้างตลาดใหม่ที่ยังไม่มีการแข่งขันกันโหด แทนที่จะไปนัวกับคู่แข่ง ก็หันมาสร้างคุณค่าใหม่ๆ ให้ลูกค้าแทน

 

ธุรกิจที่ใช้ Blue Ocean Strategy จะต้องคิดนอกกรอบ สร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

 

ข้อดีคือ คุณจะได้หนีจากการแข่งขันอันโหดร้าย แถมยังมีโอกาสโตไวแบบก้าวกระโดด แต่ก็ต้องรู้จักลูกค้านิสัยใจคอของลูกค้าดีมากๆ เพื่อดึงดูดลูกค้ากลุ่มใหม่ได้ดีกว่าตลาดเดิม

ตัวอย่างของ Blue Ocean Strategy :

  • Cirque du Soleil ที่สร้างรูปแบบการแสดงใหม่ ผสมผสานระหว่างละครเวที กายกรรม และดนตรี 
  • Airbnb ที่เปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมที่พักด้วยการให้ผู้คนปล่อยเช่าบ้านของตัวเองให้กับนักท่องเที่ยว
  • Yellow Tail ไวน์จากออสเตรเลีย ที่โฟกัสกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ไม่ค่อยดื่มไวน์ ด้วยการทำให้ไวน์เข้าถึงได้ง่ายขึ้น

ความแตกต่างระหว่าง Blue Ocean และ Red Ocean Strategy

จุดโฟกัส : 

  • Red Ocean มุ่งเน้นไปที่การบดขยี้คู่แข่ง
  • Blue Ocean เน้นสร้างตลาดใหม่ที่ไม่มีใครแย่งกัน

รูปแบบการสร้างคุณค่า : 

  • Red Ocean เน้นสร้างของดีกว่าคู่แข่ง ถูกกว่า ดีกว่า
  • Blue Ocean เน้นสร้างของแปลกใหม่ ที่ลูกค้าไม่เคยเจอที่ไหนมาก่อน

ระดับความเสี่ยง :

– Red Ocean Strategy เสี่ยงที่ต้องแข่งกับคู่แข่งที่มีอยู่ในตลาด 

– Blue Ocean Strategy เสี่ยงล้มเหลวเพราะลูกค้ายังไม่เข้าใจ แต่ก็มีโอกาสในการเติบโตสูง หากประสบความสำเร็จ

ปัจจัยในการเลือกกลยุทธ์

แล้วการเลือก Red Ocean หรือ Blue Ocean ดีล่ะ? ต้องดูหลายปัจจัย

  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: ถ้าตลาดแข่งกันดุเดือด เริ่มอิ่มตัวแล้ว ไปเล่น Blue Ocean ดีกว่ามั้ย?
  • ความถนัดของเรา: ถ้าเรามีของดีมีความชำนาญอยู่แล้ว Red Ocean อาจจะง่ายกว่า แต่ถ้าชอบคิดสร้างสรรค์ Blue Ocean ก็อาจจะใช่!
  • ความต้องการของลูกค้า: ถ้าเห็นว่ามีช่องว่างที่ลูกค้ายังไม่ได้รับการตอบสนอง หรือแนวโน้มพฤติกรรมเปลี่ยนไป Blue Ocean ก็เป็นทางออกที่ดี
สรุป

เป็นยังไงกันบ้างครับ ? Red Ocean กับ Blue Ocean ต่างก็มีดีในแบบของตัวเอง ที่สำคัญคือต้องเลือกให้เหมาะกับบริษัทตัวเอง  

 

เอาเป็นว่า ที่ขาดไม่ได้เลยไม่ว่าจะเลือกกลยุทธ์ไหน นั่นก็คือการปรับตัวและสร้างนวัตกรรมอยู่เสมอ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาด นี่แหละคือกุญแจสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนในระยะยาว

 

คุณล่ะ คิดว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับกลยุทธ์ไหนมากกว่าระหว่าง Red Ocean กับ Blue Ocean  ลองวิเคราะห์และเลือกกลยุทธ์ที่ใช่สำหรับคุณ แล้วลงมือทำสร้างความโดดเด่นและประสบความสำเร็จเป็นฉลามในน่านน้ำของตัวเองในอนาคต

สำหรับธุรกิจที่อยากเล่าเรื่องราว #เริ่มยังไงได้ยังงี้ ที่มาของธุรกิจ จุดเด่น ความสำเร็จ เรื่องราวที่อยากบอกต่อ สามารถติดต่อแชร์เรื่องราวให้ทาง Young Business Guide เพื่อ ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ทั้งการเขียนคอนเทนต์ การถ่ายภาพ หรือทำคลิปวิดีโอเพื่อโปรโมทได้ โดยท่านจะได้ลิขสิทธิ์ภาพและวิดีโอคุณภาพไปใช้สำหรับทำการตลาดภายในบริษัทท่าน

ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

Mail : youngbusinessguide@gmail.com

เบอร์โทร : 085-3956163 ( คุณโบ )

หรือ website : https://youngbusinessguide.com/contact/

รีวิว #เริ่มยังไงได้อย่างงี้

อ่านบทความเพิ่มเติม