ข้อผิดพลาดที่นักธุรกิจมือใหม่ควรหลีกเลี่ยง (พร้อมวิธีแก้ไข)
25 May 2024
BY YoungBusinessGuide
ในประเทศไทย มีงานวิจัยพบว่า ประมาณ 30% ธุรกิจ SME ล้มเหลวในปีแรก
50-60% ล้มเหลว ในปีที่ 3-5 และ อยู่รอด แค่ 25% ในปีที่ 10
เจ้าของธุรกิจบางคนอาจคิดว่า ตายล่ะ..ฉันจะรอดไหมเนี้ย ใจเย็นๆอย่าพึ่งเครียดนะ
แล้วอะไรคือสาเหตุของความล้มเหลวของธุรกิจส่วนใหญ่ ?
และเราจะหลีกเลี่ยงความล้มเหลวของเราเอง และเรียนรู้จากความล้มเหลวของคนอื่นได้ยังไง ?
บทความนี้จะทำให้ธุรกิจคุณปรับตัวให้อยู่รอดไปอีก 10 ปี เพิ่มโอกาสที่คุณจะประสบความสำเร็จ ไม่ว่าคุณจะพึ่งทำธุรกิจ หรือมีประสบการณ์มาบ้างแล้ว
1. ไม่ยอมวางแผนธุรกิจ
เจ้าของกิจการหลายๆคน อาจคิดว่าธุรกิจตัวเองเล็กเกินไป หรือมองเป็นเรื่องยุ่งยาก และเสียเวลาก็ได้
แต่รู้หรือไม่ว่า แท้จริงแล้ว ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ อย่างถล่มทลายอย่าง Grab หรือ Ookbee, Agoda, Flash Express ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ เขาใช้เครื่องมืออะไรกัน ในสร้างแผนธุรกิจ ?
ทำแผนธุรกิจด้วย Business Model Canvas (BMC)

รูปภาพจาก : wikipedia
Business Model Canvas (BMC) เป็น เครื่องมือที่ช่วยให้วางแผน-ออกแบบ โมเดลธุรกิจได้เป็นระบบ ครอบคลุม มีองค์ประกอบ 9 ด้านที่สำคัญ
- พาร์ทเนอร์ที่สำคัญ (Key Partner)
- กิจกรรมหลัก (Key Activities)
- ทรัพยากรณ์หลัก (Key Resources)
- จุดเด่นสินค้าและบริการ (Value Proposition)
- กลุ่มลูกค้า (Customer segments)
- ช่องทางการสื่อสารและจัดจำหน่าย (Channels)
- กลยุทธ์การเงิน (Revenue Streams)
- โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure)
- ช่องทางการขาย (Channel)
BMC เหมาะสำหรับใคร
- ผู้ประกอบการที่กำลังจะเริ่มต้นธุรกิจใหม่
- ธุรกิจทำมาสักพักแล้ว แต่ต้องการทบทวนหรือปรับปรุงกลยุทธ์
- ทีมงานที่ต้องการสื่อสารแผนธุรกิจ แบบเข้าใจง่าย
วิธีใช้ Business Model Canvas
- เริ่มจากการระดมสมองในทีม เติมข้อมูลลงใน 9 กล่องของ BMC
- วิเคราะห์ความเชื่อมโยง และความสอดคล้องของข้อมูลในแต่ละส่วน
- ทดสอบแนวคิดกับกลุ่มลูกค้า เพื่อยืนยันสมมติฐาน
- ปรับแก้ BMC จนได้โมเดลธุรกิจที่พร้อมลงมือทำ
- ใช้ BMC เป็นแผนที่นำทางในการดำเนินธุรกิจ และปรับให้ทันสถานการณ์
Business Model Canvas ทำให้เห็น ว่าการออกแบบ และพัฒนาธุรกิจไม่ได้ยากอย่างที่คิด และแสดงปัจจัยสำคัญที่ เพิ่มโอกาสความสำเร็จของธุรกิจ ดังนั้นถ้า รู้วิธีและขั้นตอนกันแล้วแล้วอย่าลืม เอาไปลงมือทำกันนะ
2. ไม่มีใบอนุญาติประกอบธุรกิจ
ถ้าเจ้าของกิจการคนไหน ที่กำลังจะเริ่มทำธุรกิจ อย่าลืมเช็คนะ ว่าธุรกิจของเราต้องขอใบอนุญาตประกอบการด้วยหรือเปล่า เพราะบางธุรกิจนั้นจำเป็นต้องมีใบอนุญาตถึงจะเปิดร้าน หรือให้บริการได้
ธุรกิจอะไรบ้าง ที่จำเป็นต้องมีใบอนุญาติ ?
- ร้านอาหาร / ภัตตาคาร ต้อง ขอใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร
- ผับ / บาร์ / ร้านเสริมสวย ต้อง ขอใบอนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
- สปา / ร้านนวดแผนโบราณ ต้องขอ ขอใบอนุญาตประกอบกิจการเพื่อสุขภาพ
- ไกด์ ต้องขอใบอนุญาตนำเที่ยว
การขออนุญาติแต่ละประเภท มีขั้นตอน และเอกสารแตกต่างกัน
เอาเป็นว่า ตรวจสอบให้รอบคอบ อย่าลืมต่อใบอนุญาติประกอบธุรกิจ
ด้วยนะครับ ธุรกิจจะได้ดำเนินอย่างราบรื่นไร้กังวล
3. ตั้งราคาสินค้า และบริการต่ำเกินไป
หลายๆ ธุรกิจมักเจอปัญหานี้ คือตั้งราคาขายสินค้า หรือบริการต่ำเกินไป โดยคิดว่าจะช่วยดึงดูดลูกค้าแท้จริงแล้ว การทำแบบนี้อาจส่งผลเสียมากกว่าผลดีนะ เดี๋ยวขอสรุปให้เห็นภาพนะ
ส่งผลต่อการคืนทุน อาจทำให้ไม่คุ้มทุน
- ต้องขายสินค้าปริมาณมากขึ้น เพื่อให้ได้กำไรที่พอคุ้มกับการลงทุน
- ต้องใช้เวลานานกว่าเดิม ในการทำยอดขายให้ถึงจุดคุ้มทุน
ส่งผลต่อภาพลักษณ์ต่อ สินค้าและบริการ
- ลูกค้าอาจมองว่าสินค้า หรือบริการของเรามีคุณภาพต่ำ ไม่น่าเชื่อถือ
- คู่แข่งที่ขายสินค้าคล้ายกันในราคาสูงกว่า จะดูมีความน่าเชื่อถือมากกว่าเรา
- พอเราอยากขึ้นราคาในภายหลัง ลูกค้าอาจไม่ยอมรับ และหันไปใช้บริการคนอื่น
- เราจะดึงดูดแต่ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อ เพราะราคาถูก ไม่ใช่ลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์
รู้อย่างงี้แล้ว ก็อย่าใช้กลยุทธ์ตัดราคาจนเกินไปนะและ ต้องคำนวณต้นทุน กำไรที่เหมาะสม แล้วค่อยๆ ปรับราคาตามสภาพตลาด พยายามสร้างการรับรู้ในคุณภาพ และความแตกต่างของสินค้าเรา เพราะเขาเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราเสนอ
4. ไม่แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว
หลายคนที่พึ่งเริ่มทำธุรกิจไม่นาน อาจใช้บัญชีส่วนตัวในการ รับ-จ่ายเงินของกิจการ มันก็ดูสะดวกในระยะสั้น แต่พอต้องเสียภาษี วิธีนี้ไม่ยั่งยืนในระยะยาวแน่นอน เพราะมีปัญหาหลายอย่าง เช่น
ปัญหาของการใช้บัญชีส่วนตัวทำธุรกิจ
- ทำให้ไม่สามารถแยกรายรับ-รายจ่ายระหว่างส่วนตัว และธุรกิจได้ชัดเจน
- เวลาต้องทำบัญชี หรือยื่นภาษี จะยุ่งยากมากๆ เพราะต้องคอยแยกข้อมูลระหว่างชีวิตส่วนตัว กับธุรกิจ
- ธนาคาร หรือนักลงทุน ให้ความน่าเชื่อถือกับธุรกิจที่แยกบัญชีชัดเจนมากกว่า
- การทำธุรกรรมการเงินบางอย่างอาจติดข้อจำกัด หากใช้บัญชีบุคคลธรรมดา เช่น (การกู้ยืมสินเชื่อจำนวนมาก, การทำสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือการชำระเงินระหว่างประเทศ )
ดังนั้น แนะนำว่าเมื่อคิดจะทำธุรกิจให้แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวให้ชัดเจนเลย จะได้สะดวกในการบริหารจัดการ ดูมืออาชีพ โปร่งใส และไม่เสี่ยงต่อความรับผิดส่วนบุคคล ถ้าธุรกิจเติบโตในอนาคตเราก็วางแผนภาษีและการเงินได้ง่ายขึ้นด้วย
5. ประเมินความต้องการตลาดผิดพลาด
ใครๆก็เคยเจอประสบการณ์การลงทุนที่ผิดพลาด เพราะ ประเมินความต้องการ
ทางธุรกิจ ต่ำไป-สูงไป ซึ่งไม่ว่าจะลงทุนในอะไรก็ตาม ควรศึกษาข้อมูลให้ดีๆ
การประเมินความต้องการของตลาดให้ได้แม่นยำ ถือเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ผู้ประกอบการ
ต้องให้ความสำคัญครับ เพราะถ้าประเมินผิดพลาด ทำให้ลงทุนผิดพลาด นั้นอาจหมายถึง
ความเป็น ความตาย ของกิจการได้เลย
ข้อผิดพลาดที่มักจะเจอบ่อย
- ประเมินต่ำเกินไป อาจทำให้สินค้าขาดตลาด เสียโอกาสในการขาย และลูกค้าไปซื้อจากคู่แข่งแทน
- ประเมินสูงเกินไป อาจทำให้มีสต็อกสินค้าเหลือเยอะ เงินทุนจม สินค้าเสียหายได้
ศึกษาตลาดและทำ Forecast ความต้องการอย่างแม่นยำ
การทำ Forecast ที่ดีจะช่วยหมุนเวียนทรัพยากร ทั้งเงิน เวลา สิ่งของ สินค้า ได้มีประสิทธิภาพ ช่วยทำให้การขยายกิจการเป็นไปอย่างราบรื่น เดี๋ยวผมขอสรุปประโยชน์ของการทำ Forecast ให้ฟังครับ
- ช่วยประเมินยอดขาย รายได้ และกำไรที่คาดว่าจะได้รับในอนาคต
- ได้เห็นภาพรวมของกระแสเงินสดรับ และจ่าย สภาพคล่องของธุรกิจ
- วางแผนการใช้เงินลงทุน การจัดสรรทรัพยากร และการขยายกิจการ
- ระบุความเสี่ยงหรือปัญหาที่อาจเกิดขึ้น เพื่อเตรียมแผนรับมือไว้ล่วงหน้า
ยิ่ง Forecast แม่นยำเท่าไร ก็จะยิ่งวางแผนธุรกิจได้อย่างรัดกุม ปรับกลยุทธ์ได้ทันท่วงที และเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จมากขึ้น
6. ไม่กล้าขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ
ไม่มีเจ้าของธุรกิจคนไหน ที่เก่งทุกเรื่อง เชี่ยวชาญได้ทุกอย่าง อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพราะ ราคาของความผิดพลาดอาจมีราคาแพงกว่า การจ้างผู้เชี่ยวชาญก็เป็นไปได้
โดยสรุป คือวางแผนธุรกิจให้ดี ตั้งราคาให้เหมาะสม แยกบัญชีให้ชัดเจน ประเมินความต้องการให้รอบคอบ และ อย่ากลัวที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญครับ ถ้าทำได้ครบก็พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าสู่ความสำเร็จได้อย่างยั่งยืน 😊
สำหรับธุรกิจที่อยากเล่าเรื่องราว #เริ่มยังไงได้ยังงี้ ที่มาของธุรกิจ จุดเด่น ความสำเร็จ เรื่องราวที่อยากบอกต่อ สามารถติดต่อแชร์เรื่องราวให้ทาง Young Business Guide เพื่อ ประชาสัมพันธ์ธุรกิจ ทั้งการเขียนคอนเทนต์ การถ่ายภาพ หรือทำคลิปวิดีโอเพื่อโปรโมทได้ โดยท่านจะได้ลิขสิทธิ์ภาพและวิดีโอคุณภาพไปใช้สำหรับทำการตลาดภายในบริษัทท่าน
ติดต่อขอข้อมูลเพิ่มเติม
Mail : youngbusinessguide@gmail.com
เบอร์โทร : 085-3956163 ( คุณโบ )
หรือ website : https://youngbusinessguide.com/contact/
รีวิว #เริ่มยังไงได้อย่างงี้
